คลิปหลุดพาโชคร้าย! คอนติดอยู่เคฟแบน 3 ปี “รองปธน.” พร้อมสั่งตกรอบทั้งสอง

จากกรณีที่ รอนนี บรุนสไวก์ รองประธานาหัวหน้าของประเทศซูริท้องนาเม และก็เป็นเจ้าของสโมสร อินเตอร์ โมเอนโกตาโพ ส่งตัวเองออกตัวเป็นตัวจริงในศึกคอนติดอยู่เคฟ ลีก รอบคัด ในเกมที่เจอกับ ซีดี โอลิมเปีย สโมสรจากประเทศฮอนดูรัส

ล่าสุด สมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาเหนือ, อเมริกากึ่งกลาง และก็แคริบเบียน หรือ คอนติดอยู่เคฟ สั่งลงทัณฑ์ บรุนสไวก์ ห้ามข้องเกี่ยวกับวงการฟุตบอลเป็นเวลา 3 ปี โดยมีคลิปหลุดสุดอื้อฉาวที่เจ้าตัวนำเงินไปมอบให้กับนักเตะและก็สตาฟฟ์โค้ชทีมคู่ต่อสู้ถึงในห้องแต่งตัวทีมเยี่ยมเป็นหลักฐานที่ดินสมาพันธ์ฯ รับไม่ได้ นอกจากนั้น ทั้งคู่ทีมยังโดนปรับไม่เข้ารอบไปทั้งคู่อีกด้วย

สำหรับเรื่องราวของรองประธานาหัวหน้าคนนี้นับว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะเหตุว่าที่ผ่านมา ชีวิตของเขามีหลายบทบาท ตั้งแต่การเป็นนักการเมือง, พลร่ม, โจรปล้นแบงค์, หัวหน้าโจร และก็มีรายงานจากนิวยอร์ก ไทมส์ ว่า เขามีลูกถึง 50 คนร่วมกัน ซึ่งในอดีตเขาเคยถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานลักลอบค้ายาเสพติดในยุโรป แม้กระนั้นก็เป็นผู้สนับสนุนระบบประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในประเทศซูริท้องนาเม

ส่วนเรื่องราวในวงการฟุตบอล เขาเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการสร้างสนามของทีม อินเตอร์ โมเอนโกตาโพ ที่เขาเป็นเจ้าของในปี 2002 แล้วต่อจากนั้นในปี 2005 เขาเคยถูกลงโทษแบนในข้อกล่าวหาใช้ปืนข่มขวัญนักเตะคนหนึ่งระหว่างแข่งขัน แม้กระนั้นท้ายที่สุดไม่มีหลักฐานเอาผิด แล้วต่อจากนั้นในปี 2012 เคยถูกแบนจากการแข่งขันชิงชัย เพราะเหตุว่าใช้คำกล่าวไม่เหมาะสมกับผู้ตัดสิน

ผีม้าบ้อง จากประสบการณ์ของแม่และก็สหาย โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป

aorest ร้าน พวงหรีด จะมาเล่าของคนเหนือ ตำนาน “ผีม้าบ้อง” มีด้วยกันหลายสำนวน เรื่องที่สุดฮิตก็คือ มีชาย 2 คนเป็นเพื่อนรักกัน สนิทสนมกลมเกลียวพร้อมใจ จนถึงเชื่อถือกันเป็น “เสี่ยว” ซึ่งโดยทั่วไป คำว่า “เสี่ยว” นี้ สื่อความหมายสองอย่าง

1) เรียกเนื่องจากว่ากำเนิดปีนักษัตรเดียวกัน ดังเช่น ปีไก่ ปีสุนัข หรือถ้าเกิดตรงวันตรงเดือน จะยิ่งเหนียวแน่นเพิ่มขึ้น เนื่องจากว่านับว่าเกิดมาร่วมบุญร่วมภพชาติ

2) สนิทสนมรักกันจนถึงราวกับเครือญาติ หากแม้กำเนิดห่างวันเดือนปี ก็นับเป็นเสี่ยวกันได้

ในยุคสมัยก่อนนู่น เมื่อบ้านเมืองคนเหนือส่วนใหญ่ยังตั้งอยู่ในแวดล้อมป่าดง ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ด้านเหนือนั้นมีขนบธรรมเนียม “เกี้ยวสาว-อู้สาว” ซึ่งเป็นการสานสโมสรความเป็นมิตรระหว่างชายหญิง เป็นเรื่องสามัญในขนบธรรมเนียม

เมื่อบ้านใดมีลูกสาว โตมาเป็นสาววัยแรกรุ่น ก็จะมีหนุ่มๆมาเกี้ยว (ท่องเที่ยว) หา

ในการเกี้ยวนั้น มีกติกาที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า หนุ่มแต่ละคนจะขึ้นเกี้ยวบ้านใดก็ได้ บางคืนบางครั้งอาจจะไปสองสามบ้าน ถ้าหากพึงใจก็ไปติดๆกันต่อมา หรือถ้าหากไม่พอใจ ก็ไม่ขึ้นเกี้ยวเรือนนั้นอีก

ส่วนฝ่ายหญิง ตกยามค่ำแลง ก็จะอาบน้ำทาแป้งแต่งตัว ออกมานั่งรอที่ห้องโถง (ด้านเหนือเรียก “เติ๋น”) ข้างพ่อแม่ที่รู้ประเพณีก็จะรีบเข้าห้องนอนเสีย ลงเรือนไปบ้านพี่น้องก่อน เปิดโอกาสให้วัยรุ่นได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว

พ่อแม่คนไหนกันที่จามๆไอๆอยู่ในห้องนอน หรือเปล่ายอมลุกออกมาจากห้องนอก ก็จะถูกครั้งนินทาว่า เป็นพ่อแม่ขี้หวงขี้ขาง ใจคอคับแคบ มีผลต่อการพินิจพิเคราะห์ว่าจะเข้าไปเขยกันหรือเปล่า

แต่ว่าสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งในการเกี้ยวอู้ของเจ้าบ่าวเจ้าสาว เป็นการมีระยะห่างที่เหมาะสม การให้เกียรติ ไม่ฉวยโอกาส ห้ามปากว่ามือถึง จำต้องไม่มีการล่วงเกิน ล่วงละเมิดทางเพศ

ตามประเพณีเดิมนั้น เมื่อหนุ่มขึ้นบ้านสาว ก็จำเป็นจะต้องนั่งห่างๆก่อน บ้างจึงจะนั่งใกล้หัวกะไดบ้าง นั่งขอบเติ๋นบ้าง ดูท่าทางว่า เจ้าของบ้านเองเต็มอกเต็มใจต้อนรับตนหรือเปล่า

ถ้าหากสาวใดพึงพอใจคนมาเยี่ยม ก็จะต้อนรับขับสู้ ชักชวนดื่มน้ำรับประทานยาสูบ แต่ว่าถ้าเกิดไม่พอใจ ก็มักถามคำตอบคำ และอ้างว่าจำต้องเข้านอนแล้ว เพียงพอหนุ่มลงเรือนก็ดับไฟกะทันหัน เป็นสัญญาณบอกว่า ไม่ต้องมาอีกแล้ว

ในแต่ละคืน สาวบางบ้านจึงได้ต้อนรับหนุ่มๆมากมาย ส่วนหนุ่มบางคน ได้ยินว่าบ้านหลังไหนมีคนงามก็ไปตามแสวงหา บางคืนก็ไปหลายบ้าน บางเวลาไปถึงต่างหมู่บ้านก็มี เรียกว่า ออนทัวร์กันเป็นที่ครึกครื้น

จะว่าไป ก็เป็นการเลือกคู่ที่เท่าเทียมกันดีทั้งสองฝ่าย เนื่องจากว่าเมื่อยังอยู่ระหว่างเกี้ยวอู้หากัน มิได้ตกลงใจเป็นคนรักกัน ก็จะหึงหวงกันมิได้

แต่ว่าเมื่อไรที่ตกลงแล้วว่าจะเป็นคนรักกันแล้ว ผู้ชายก็จำต้องหยุดการไปเกี้ยวหาสาวอื่น ส่วนเพศหญิงก็จะไม่รับชายอื่นขึ้นเรือนแล้วด้วยเหมือนกัน ต่อมา การหมั้นหมายเตรียมสมรสก็จะตามมา

กลับมาที่เรื่องผีม้าบ้องในตำนาน ที่ชี้แจงหัวข้อการเกี้ยวอู้ของเจ้าบ่าวเจ้าสาว เนื่องจากว่าในยุคสมัยนี้ ขนบธรรมเนียมพวกนี้แทบจะหายสูญไปหมดแล้ว ชีวิตในปัจจุบันไม่ใช่ง่ายที่คนที่ไม่รู้จักจะเข้าบ้านผู้ใดกัน และการรอคอยต้อนรับผู้ชายผู้เดียวในบ้าน ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม

แต่ว่าในยุคสมัยนู่น ลองย้อนกลับไปถึงภาพเวลากลางคืนมืดดำ มีหนุ่มๆที่อกดวงใจไหวเต้น เนื่องจากว่ามีสาวงามคนนั้นคนนี้อยู่ในจินตนาการ การได้ออกมาจากบ้านไปเกี้ยวสาวย่อมเป็นความสำราญหาใดราวกับ

และในภาพจำพวกนั้น เรื่องเล่าผีม้าบ้องก็เริ่มจากนี้

กล่าวขวัญสืบต่อกันมาว่า เคยมีหนุ่ม 2 คน สมมุติว่าชื่ออ้ายแก้ว กับอ้ายคำ เป็นเพื่อนกัน เวลาไปเกี้ยวสาวที่ใดก็ไปร่วมกัน จนกว่ามีตอนหนึ่ง เพียงพอออกมาจากหมู่บ้านไปได้สักระยะ ใกล้จะถึงทางแยกเข้าป่าละเมาะรกร้าง ถึงตรงนั้นเมื่อไร อ้ายคำก็จะบอกว่า ให้อ้ายแก้วล่วงหน้าไปก่อน แล้วจะตามไป

ต่อไป ก็มีสถานะการณ์แบบเดิมกำเนิดซ้ำๆเป็นเพียงพอมาถึงที่ดังที่กล่าวถึงแล้ว อ้ายคำก็จะขอแยกไปทำธุระก่อน จนถึงอ้ายแก้วนึกสงสัย เนื่องจากว่าเมื่อหยั่งเชิงทางบ้านเพศหญิงว่าเพื่อนฝูงตนไปเกี้ยวหาเพศหญิงทางใด ก็ไม่มีใครพบปะสักรายในแถวนั้น

จนถึงวันหนึ่ง เนื่องจากว่าสงสัยจนถึงทนไม่ได้ อ้ายแก้วจึงลอบสะกดรอยตามอ้ายคำ และพบว่า…

เมื่อเดินลึกเข้าไปในป่าละเมาะ ท่ามกลางความมืดมนของยามราตรี มีกลิ่นเหม็นเน่าสาบสางโชยมา และเพียงพอปรับสายตาเคยชินกับความมืดมนทีละน้อยก็ได้เห็น…

อ้ายคำกำลังแลบลิ้นเลียดื่มน้ำเลือดน้ำหนองจากซากหัวกะโหลกหัวควายอยู่

เมื่อเห็นด้วยเหตุผลดังกล่าว อ้ายแก้วก็ตกอกตกใจมากมาย วันต่อมาจึงไปหารือกับครูบาอาจารย์ว่า อ้ายคำถูกผีพรายเข้าสิงหรือไร

ปู่จารย์กลับเสนอแนะว่า ถ้าเกิดต้องการจะว่าอะไรเป็นอะไร ให้เอาพริกไปทากะโหลกหัวควายไว้ แล้วให้เอาไข่ไก่เสกติดตัวไป หากถูกผู้ใดกันไล่ ให้โยนไข่ให้เขาครั้งละฟอง แล้วรีบเข้าเรือน เมื่อถึงเรือน ให้ชูกะไดบ้านเปลี่ยนสลับหัวด้านล่างเสีย

หมายเหตุอีกนิดว่า ในบ้านเรือนคนภาคเหนือสมัยก่อน มักยกพื้นสูงไม่มากมาย เพื่อคุ้มครองเสือสางเข้าบ้าน ตกค่ำคืนก็จะนิยมชักกะไดเก็บกัน

และแล้ว สถานะการณ์ลำดับต่อมาก็คือ เมื่ออ้ายคำเข้าไปรับประทานซากหัวควาย ก็พบความเผ็ดรุนแรงอย่างไม่คาดฝัน เพียงพอเผ่นกระโจนออกมาก็พบกับอ้ายแก้วที่ยืนตะลึงงันอยู่ ข้างอ้ายแก้วไม่รอช้า รีบออกวิ่งทันที

อ้ายแก้ววิ่งจนถึงสุดฝีเท้า แต่ว่าราวอ้ายคำเป็นอีกคนหนึ่งไปแล้ว ตาแดงเป็นแสงไฟ วิ่งตามตามมาติดๆคิดได้ถึงคำคุณครูว่า อ้ายแก้วจึงรีบคว้าไข่ไก่ในถุงย่ามตะพายโยนใส่

ปรากฏว่า เพียงพอไข่ตกถึงพื้น อ้ายคำก็ถลาลงไปกอบไข่ดิบรับประทานอย่างเลอะเทอะ รับประทานหมดก็ผุดลุกขึ้นและกระโดดเข้าไล่ต่อ อ้ายแก้วเห็นด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงโยนไข่ให้เป็นช่วงๆทำให้ล่าช้าจนกว่าเข้าถึงบ้านตนเอง

เมื่อกระโดดขึ้นบนบ้านแล้ว อ้ายแก้วไม่รอช้า รีบชักบันไดขึ้นกลับด้านเสีย แล้วขึ้นไปซ่อนตัวอยู่ในเรือน มองผ่านความมืดมนลงมา เห็นอ้ายคำร้อนรนโกรธจัด เดินวนรอบเรือน พลางกล่าวซ้ำๆว่า

“บ้านใช่ บันไดไม่ใช่”

“บ้านใช่ บันไดไม่ใช่”

แต่ทว่า ใบหน้าและหัวเป็นของอ้ายคำ แต่ว่าลำตัวเป็นม้า

ตกรุ่งอรุณ ที่ลานดินรอบบ้าน ก็ปรากฏเป็นดังรอยเท้าม้าย่ำแวดล้อม และเพียงพอสะสมสติได้ อ้ายแก้วก็รีบไปบอกพี่น้อง พากันไปยังบ้านอ้ายคำ

ถึงนี้ บางสำนวนก็เล่าว่า ได้เจออ้ายคำตายเปลี่ยนเป็นศพอยู่บนที่นอน น้ำลายฟูมปากที่เกิดจากการกินไข่คาถาเข้าไป แต่ว่าบางสำนวนก็ว่า เห็นเป็นม้าอักษรย่อมๆตายอยู่ในเรือนนั้น

สำหรับที่บ้านพวกเรานั้น เรื่องของผีม้าบ้องก็เป็นเยี่ยมในนิทานที่เล่าต่อจากรุ่นสู่รุ่น เวลาตกกลางเย็นยามค่ำคืน สมัยที่บันไดยึดติดถาวรแล้ว ก็ยังมีคำสั่งสอนว่า ระวังจะลงไปพบผีม้าบ้องซุ่มอยู่

และว่ากันว่า ผีม้าบ้องยังมักจะออกมาเที่ยวเล่นในคืนเดือนดับและเดือนออก (เดือนเพ็ญ) และถ้าเกิดได้พบเห็นอย่าได้ทักถามพูดจา ไม่อย่างนั้นจะถูกทำร้ายได้

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ตอนยังเด็กๆนั้น คุณพ่อและก็คุณแม่ก็เล่าตำนานเรื่องผีม้าบ้องนี้ให้ฟังอยู่ พลางว่าเป็นเรื่องที่เขาเล่าต่อกันมา แม้กระนั้น แม่กับยายมีประสบการณ์ได้พบผีม้าบ้องด้วยตนเอง !

แม่เล่าว่า เวลาที่แม่เป็นสาว สมัยนั้นหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ แถบแถวหมู่บ้านพวกเรานั้นผู้คนยังนิยมปลูกต้นฝ้ายปั่นเอาเส้นด้าย และใช้นุ่นมายัดหมอน ยัดฟูกนอน ในบางคืนจึงจะไปช่วยเหลือกันเป็นหมู่ๆตามบ้านเพื่อนฝูง

มีคืนวันหนึ่ง แม่นัดเพื่อนฝูงว่าจะไปช่วยเหลือกันปั่นด้าย (ตอนนี้ ที่ตั้งของบ้านหลังนั้นก็ยังอยู่) แม่เล่าว่า เป็นคืนเดือนเพ็ญ ฟ้าแจ้งแจ้งชัด แสงจันทร์ดูดี แม่ออกมาจากบ้านที่อยู่กับยาย เดินขึ้นไปตามถนนผู้เดียว เนื่องจากว่าแม่ไม่ใช่คนกลัวผีสางอะไร

แต่ว่าขณะที่เดินไปได้สักกลางทางใกล้ถึงที่หน้าบ้านเพื่อนฝูง ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้า ราวกับมีม้ากำลังควบมาทางด้านหลัง แต่ว่าเพียงพอหันกลับด้านหลัง ก็มองไม่เห็นอะไรสักอย่าง

แม่รู้สึกว่าตัวเองบางครั้งอาจจะหูฝาด จึงออกเดินต่อ แล้วหลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงราวกับม้าควบมาจากด้านหน้าอีก แต่ว่าเพ่งไป ก็ไม่มีอะไรบนถนน

จนถึงครู่หนึ่งหนึ่งก็ถึงที่หน้าบ้านเพื่อนฝูง แต่ว่าทันทีทันควัน ขณะกำลังจะเดินเข้าประตูเข้าออกบ้าน ก็ได้ยินเสียงควบม้าอีก แล้วมีกระแสลมปะทะตัวแม่ ราวกับมีบางสิ่งผ่านตัวไป

แม่ว่า โน่นเป็นตอนที่แม่คิดได้สิ่งเดียวว่า โน่นน่าจะเป็นผีม้าบ้อง เนื่องจากว่าลำพังได้ยินแต่ว่าเสียงก็ยังว่าตัวเองบางครั้งอาจจะหูฝาดได้ แต่ว่ากระแสลมอุ่นๆและการพบสัมผัสในระยะใกล้ชิด ที่ผ่านแผ่นหลังแม่ไป แม่ว่า ด้วยสติสัมปชัญญะครบ สิ่งนั้นปราศจากตัวตน แต่ว่ามีอยู่จริง

แม่ได้เล่าเรื่องให้เพื่อนฝูงๆฟังในคืนนั้น และถัดจากนั้นก็กลับมาเล่าให้ยายฟังที่บ้าน ยายบอกแม่ว่า อย่าสนเท่ห์ใจไปเลย โน่นเป็นผีม้าบ้อง และยายก็พบเห็นตัวเป็นๆมาแล้ว

แม่ถามว่า ยายเห็นผีม้าบ้องแบบไหน ยายบอกว่า มันเป็นม้าอักษรย่อมๆบางเวลาก็จะมาเดินอยู่กลางข่วงบ้าน

อย่างไรก็แล้วแต่ ประสบการณ์เรื่องเล่าจากแม่และยาย ก็ยังมองเป็นเรื่องดึกดำบรรพ์ เนื่องจากว่าผ่านมาหลายสิบปี นานอย่างยิ่ง แต่ว่าที่น่าสนใจก็คือ เมื่อตอนอายุสัก 20 กว่านี้เอง ฉันกับคู่หูคนหนึ่ง ชื่อเล็ก เคยเปิดร้านขายของกิฟท์ช็อปร่วมกัน ที่ อ.ฝาง จังหวัดเชียงใหม่

ในคืนแรกก่อนจะเปิดร้าน หรือคืนท้ายที่สุดของการเตรียมพร้อมข้าวของในร้าน พวกเราทำงานกันอยู่สองคนจนดึก

ร้านที่พวกเราไปเปิดกิจการในช่วงเวลานั้น สถานที่เป็นห้องไม้ชั้นเดียวให้เช่า ด้านหน้าเป็นประตูบานเฟี้ยม อยู่ติดกับถนน ถ้าเกิดเปิดประตูกว้าง ก็จะมองดูทะลุตลอดร้านได้

ขณะที่กำลังจัดของกันโค้งสุดท้าย เป็นเวลาสักราวใกล้ๆเที่ยงคืนได้ ในปีนั้นแถบแถวนั้นก็นับว่ายังเป็นบ้านนอกอยู่มากมาย เพียง 3-4 ทุ่ม ผู้คนก็ปิดบ้านนอนกันหมดแล้ว

แล้ว…เล็กก็ได้ยินเสียงม้าวิ่งควบอยู่ข้างนอก ราวกับมีม้าหลุดออกมากลางถนน แต่ว่าความที่มันดึกมากๆแล้ว และเพียงพอชะโงกมองดูไป ก็ไม่มีสิ่งใดเลย ตลอดสองฟากทางว่างเปล่า

และที่น่าฉงนใจเป็น ฉันเองก็จัดของอยู่ร่วมกัน กลับมิได้ยินอะไรสักอย่าง

เรื่องนี้ เล็กก็ยังนึกออกจนถึงทุกวันนี้ และรับรองว่า ได้ยินเสียงม้าเด่นชัดเต็มสองหู ซึ่งในคราวนั้นเมื่อเล็กบอกให้ฟัง ฉันก็รำลึกทันทีว่า มันบางครั้งอาจจะเป็น “ผีม้าบ้อง”

อ้อ! เพียงพอมาเขียนเล่าย้อนหลังถึงแม่กับยาย ก็ทำให้รำลึกได้อีกอย่างว่า การที่พี่สาวเคยได้เห็นม้าตัวหนึ่งขึ้นมาเดินอยู่บนบ้านในคืนที่ยายตาย (เล่าเอาไว้ภายในตอนก่อนหน้า) จะเกี่ยวอะไรกันไหมนะ หรือว่า ผีม้าบ้องจะมาส่องมองศพยาย

ไม่เอาความ! ยูฟ่า ตกลงใจจบการฟ้อง 3 ยักษ์ใหญ่กรณีแอบตั้งซูเปอร์ลีก

สหพันธ์บอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้ออกแถลงการณ์ว่าพวกเขาได้ทำการถอนฟ้อง บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุๆส แล้วก็ เรอัล มาดริด เป็นที่เป็นระเบียบแล้ว ทำให้ทั้ง 3 สโมสรดังของทวีปยุโรปจะไม่ถูกลงทัณฑ์อะไรก็แล้วแต่จากพฤติกรรมที่ผ่านมา

โดยทั้ง บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุๆส แล้วก็ เรอัล มาดริด อยู่ในกลุ่ม 12 ทีมดังของทวีปยุโรปที่เคยประกาศว่าจะแยกตัวออกจากรายการระดับทวีปของ ยูฟ่า เพื่อไปจัดรายการใหม่คุ้นเคยที่ชื่อว่า ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก โดยที่จะยังลงเล่นเกมลีกภายในประเทศต่อไป แม้กระนั้นสุดท้ายก็โดนโต้แย้งจากหลายข้างอย่างหนักจนถึงเปลี่ยนเป็นข่าวสารดังไปทั่ววงการลูกหนัง

ท้ายที่สุดแล้วดูเหมือนจะทุกทีมก็ถอนตัวจากโปรเจ็กต์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เหลือแค่ บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุๆส แล้วก็ เรอัล มาดริด ที่ยังคงยืนกรานว่าจะเดินหน้าแผนงานนั้นต่อไป ซึ่งมันก็ทำให้ ยูฟ่า ขู่ว่าจะปฏิบัติงานทางด้านกฎหมายกับพวกเขา โดยตอนแรกมีแถลงการณ์ว่าทั้ง 3 ทีมนั้นบางครั้งอาจจะโดนแบนจากการลงเล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย แม้กระนั้นเมื่อตอนพ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการชะลอการฟ้องร้องเอาไว้ก่อน รวมทั้งสั่งระงับการเก็บเงินค่าเสียหายของอีก 9 สโมสรที่เหลือ จนกระทั่งล่าสุด ยูฟ่า ก็บอกเองว่ายกเลิกแผนที่จะฟ้องคดีทั้ง 3 ทีมดังแล้ว

“ภายหลังที่มีการพักการเดินเรื่องกับ บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุๆส แล้วก็ เรอัล มาดริด ในประเด็นเกี่ยวกับการที่พวกเขาบางครั้งอาจจะละเมิดกฎของ ยูฟ่า ในเรื่องที่เกี่ยวกับการไปจัดรายการ ซูเปอร์ลีก เมื่อก่อนหน้านี้นั้น วันนี้ทางคณะกรรมการด้านการอุทธรณ์ของ ยูฟ่า ก็ได้ตัดสินใจว่าการปฏิบัติงานทุกๆอย่างที่ผ่านมาจะนับว่าเป็นโมฆะ เหมือนกับว่าการเดินเรื่องไม่เคยิดเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนแรก” ถ้อยแถลงของ ยูฟ่า กำหนด

สำหรับมูลเหตุที่เรื่องดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมาถึงข้อสรุปที่เป็นความพ่ายแพ้ของยูฟ่า เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ศาลกรุงมาดริด ประเทศสเปน ตัดสินว่ายูฟ่าไร้อำนาจในการยั้งการเกิดซูเปอร์ลีก เพราะเหตุว่าขัดกับข้อบังคับการค้าเสรีของสหภาพยุโรป หรือ สหภาพยุโรป นั่นเอง

เคลื่อนไหวทันที! “โค้ชซิโก้” โพสต์หลังฝ่ายจัดประกาศ วี-ลีก ฤดูกาล 2021 เป็นโมฆะ

เปลี่ยนเป็นใจความสำคัญใหญ่ในวงการลูกหนังเวียดนาม เมื่อฝ่ายจัดการชิงชัย บอล วี-ลีก เวียดนาม ได้ออกมาประกาศยุติการแข่งขันที่เหลือทั้งหมดทั้งปวง เนื่องมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่แพร่ระบาดในประเทศ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 ก.ย. ก่อนหน้าที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีที่ประชุมมีมติว่าให้นับว่าการแข่งขันในฤดูกาล 2021 เป็นโมฆะ ไม่มีการมอบแชมป์ให้กับ ฮองอันห์ยาลาย และให้นับว่าไม่มีทีมที่ครองแชมป์ และไม่มีทีมตกชั้น รวมถึงไม่มีทีมจากดิวิชั่นที่ต่ำลงยิ่งกว่าได้สิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นมาด้วยเหมือนกัน แม้จะชิงชัยกันไปแล้ว 12 นัดก็ตาม

โดยฝ่ายจัดคิดว่า ฮองอันห์ยาลาย ทีมนำจ่าฝูงที่มี 29 คะแนน ยังคงมีแต้มที่มิได้ทิ้งขาดจากทีมอันดับ 2 อย่าง เวียตเทล ที่มี 26 คะแนน เพียงแต่ 3 แต้มแค่นั้น และยังเหลือโปรแกรมการแข่งขันในตอนสเตจแรก 1 เกม และสเตจที่ 2 อีก 5 เกม

ซึ่งปัจจุบัน “สิเก๋” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง โค้ชคนประเทศไทย ที่เป็นคนทำให้สมาพันธ์ฮองอันห์ยาลาย ผงาดนำจ่าฝูงได้ออกมาโพสต์ข้อความเป็นภาษาเวียดนาม ผ่านอินสตาแกรมว่า “ไม่เป็นไร ฉันยังอยู่นี้อีกนาน” แสดงถึงความขมักเขม้นที่จะพาทีมบรรลุเป้าหมายให้ได้ในอนาคตข้างหลังยังเหลือคำสัญญาคุมทีมอีก 1 ปี

ตอนที่ในเรื่องของโควตาสมาพันธ์บอลถ้วยทวีปเอเชียทั้งรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก และ เอเอฟซี คัพ ในฤดูกาล 2022 ทางฝ่ายจัดยังมิได้สรุปว่าจะให้สิทธิ์กับสมาพันธ์ไหนเข้าร่วมการแข่งขัน แม้กระนั้นถ้าหากยึดตามอันดับคะแนนปัจจุบัน ฮองอันห์ยาลาย จะได้สิทธิ์เนื่องมาจากผ่านการคาดการณ์ในเรื่องของคลับ ไลเซนซิ่ง

สำหรับ “ผู้จัดการทีมจอมตีลังกา” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง สมัยเป็นนักฟุตบอลเคยบินมาค้าหน้าแข้งกับสมาพันธ์แห่งนี้ในตอนปี 2002-2006 ครองแชมป์วีลีก 2 สมัย และ แชมป์เวียดนามซูปเปอร์คัพ 2 สมัย นอกจากนั้นยังเคยคุมกองทัพ ฮอง อันห์ ยาลาย มาแล้ว 2 ครั้งในปี 2006 และ ปี 2010 อีกด้วย

วิกฤติขั้นสุด! EFL ตัด ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 12 แต้ม หลังทีมส่อล้มละลาย

ข่าวด่วนของแวดวงลูกหนังแดนผู้ดี เมื่อ บอลลีกอังกฤษ ตัดแต้ม ดาร์บี้ 12 คะแนน และตั้งทีมงานฟื้นฟูธุรกิจ ข้างหลังสมาพันธ์ส่อล้มละลาย

จากอดีตที่เคยโลดแล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษ ถึงขั้นเป็นแชมป์ 2 ยุค ในช่วงทศวรรษที่ 70 เดี๋ยวนี้ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ สมาพันธ์ในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ หรือระดับ tier 2 ของอังกฤษ มีอันจำเป็นต้องไปสู่แนวทางการฟื้นฟูธุรกิจ และโดนบอลลีกอังกฤษ (EFL) หัก 12 แต้ม หลังจากขาดทุนราว 20 ล้านปอนด์ (910 ล้านบาท) ในช่วงวิกฤติ COVID-19

ซึ่งทาง EFL ได้มีการแต่ง แอนดรูว์ ฮอสกิ้ง, คาร์ล แจ็คสัน และ แอนดรูว์ อันโดรนิคู 3 ผู้อำนวยการบริหารจากบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ Quantuma เข้ากระทำฟื้นฟูธุรกิจ

ฮอสกิ้ง กล่าวว่า “เราอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการคาดการณ์โอกาสที่มีให้กับสมาพันธ์ และจะชักชวนผู้มีส่วนเกี่ยวโยงเข้ามา เป้าหมายเร่งด่วนของเราเป็น ทำให้แน่ใจว่าสมาพันธ์จะสามารถลงเตะครบตามโปรแกรมใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลนี้ และถ้าเกิดลุ่มที่สนใจปกป้องสมาพันธ์และพนักงานของสมาพันธ์”

โดยสมาพันธ์ ดาร์บี้ ได้ประกาศว่าจะเข้ารับการฟื้นฟูธุรกิจเมื่อวันศุกร์ก่อนหน้านี้ ซึ่ง เมล มอร์ริส ผู้ครอบครองสมาพันธ์ได้ใช้เวลา 2 วันสำหรับการสนทนากับนักฟุตบอลและสต๊าฟฟ์ ที่เวลานี้ความยั่งยืนในงานของพวกเขาเริ่มไม่แน่นอน และภายหลังที่โดนตัด 12 แต้ม ก็ทำให้ ดาร์บี้ ภายใต้การควบคุมทีมของ เวย์น รูนี่ย์ อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ อยู่ชั้นสุดท้ายของตาราง ด้วยคะแนน -2

ช่วงเวลาเดียวกัน เทรเวอร์ เบิร์ช ผู้บริหารระดับสูงของ EFL กล่าวว่าได้มี “การปรึกษาหารือและขอคำแนะนำเชิงประดิษฐ์” กับ Quantuma แล้ว ซึ่งทาง Quantuma ได้พยายามหาทางแก้ไขที่สมควรและต้องสำหรับเพื่อการช่วยเหลือสมาพันธ์ ให้หาทางออกจากความสิ้นเนื้อประดาตัว

“ผมทราบว่านี่เป็นตอนที่ท้าและน่าห่วงสำหรับทุกคนที่เกี่ยวโยงกับสมาพันธ์ โดยเฉพาะกับเจ้าหน้าที่และแฟนบอล เป็นความตั้งใจของเราที่จะทำงานเชิงรุกกับผู้ดูแลฟื้นฟูธุรกิจ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวโยง โดยมีเป้าประสงค์เพื่อรักษาอนาคตระยะยาวที่เป็นไปได้สำหรับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้” เทรเวอร์ เบิร์ช กล่าว

ไม่แผ่วๆความเอ็กซ์! “ไรท์” แข้งสาวไร้สังกัดลงรูปยั่วใจให้ตามไป OnlyFans

หลังจากถูกสโมสร ชาร์ลตัน แอธเลติก กลุ่มหญิง ประกาศแยกทางเหตุเพราะความประพฤติปฏิบัติที่ไม่เป็นมือโปร กระทั่งทำให้คุณจำเป็นต้องหันมาทำอาชีพขัดตาทัพด้วยการเปิด OnlyFans (โอนลีแฟนส์)

ช่วงตกงาน! “ไรท์” ลำแข้งสาวผู้ดีเปิด OnlyFans ให้แฟนคลับได้ฟินแบบ 18+
ปัจจุบัน แมเดลีน ไรท์ ลำแข้งสาวสุดสะบึมก็ยังไม่แผ่วความน่ามอง ด้วยการปล่อยของอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งปัจจุบันนี้คุณกำลังพักอยู่ที่มาร์เบยา เมืองติดทะเลที่มีชื่อเสียงว่าเป็นเลิศในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสเปน

โดย ไรท์ วัย 23 ปี ได้ลงรูปในชุดราตรีลูกไม้สีขาวเว้าสูงเผยให้มองเห็นเรียวขาสุดแน่นตามแบบฉบับนักเตะหญิง รวมไปถึงชุดที่มีไว้ใส่สำหรับว่ายน้ำบิกินี่สีดำ เรียกการกดหัวใจแล้วก็คอมเมนต์จากแฟนคลับในอินสตาแกรม madelene_wright ที่มีผู้ติดตามร่วม 2.7 แสนได้อย่างเนืองแน่น

สำหรับ OnlyFans คือเว็บไซต์ยอดนิยมที่จำเป็นต้องโอนเงินให้เจ้าของช่องเพียงแค่นั้นถึงจะเข้าถึงเนื้อหาข้างในได้ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าแทบจะทั้งหมดของเว็บไซต์ OnlyFans จะเป็นรูปแล้วก็คลิปในระดับ 18+ ทั้งสิ้น โดย ไรท์ เรียกเก็บค่าช่วยเหลือจากคนที่อยากได้ชมความสวยของคุณอยู่ที่เดือนละ 33 ปอนด์ หรือราว 1,500 บาท

อย่างไรก็ตาม ไรท์ เองก็มิได้ละทิ้งความฝันสำหรับในการเป็นแม่เนื้อนุ่ม เมื่อคุณยังยืนยันว่าอยากได้หาสโมสรใหม่เพื่อค้าลำแข้งต่อไป โดยมี มิลล์วอลล์ สังกัดเดิมแรกของคุณสมัยเป็นดาวรุ่งที่มีความสนใจอยู่นั่นเอง

น่ารักเซ็กซี่มาเลย! “มีอา” เน็ตไอดอลสุดติสต์หวานใจ “โรเมโอ เบ็คแฮม”

หลังจากลงเปิดฉากสนามในอาชีพพ่อค้าแข้งอย่างเป็นทางการ ก็ทำให้สื่อมวลชนเฝ้าดูชีวิตส่วนตัวของ โรเมโอ เบ็คแฮมลูกชายคนรองของ เดวิด กับ วิคตอเรีย เบ็คแฮม มากเพิ่มขึ้นโดยทันที

สะกดรอยพ่อ! “โรเมโอ เบ็คแฮม” เปิดฉากอาชีพนักเตะเต็มกำลังแล้ว
ส่วนในเรื่องหัวใจของแข้งวัย 19 ปี ก็กำลังถูกจับตามองจากแฟนๆแล้วก็สื่อไม่แพ้กัน สำหรับความข้องเกี่ยวระหว่าง โรเมโอ กับ มีอา เรแกน สาวน้อยวัย 18 ปี ที่ทั้งสองเปิดตัวเปิดใจแบบไม่มีกั๊ก ลงรูปคู่ผ่านอินสตาเอ็งรมอยู่เป็นประจำ

สำหรับ มีอา ผู้ครอบครองความสูง 178 ซม. เธอกำเนิดตอนวันที่ 20 เดือนพฤศจิกายน 2002 มีอาชีพหลักคือถ่ายแบบ แต่เธอสามารถสร้างชื่อเสียงได้อย่างรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok แล้วก็อินสตาเอ็งรม ด้วยลักษณะท่าทางสดใสร่าเริง, แฟชันนิสต้าตัวแม่ แล้วก็ยังมีอารมณ์ศิลปินสูงสุดๆ

โดย มีอา ขึ้นชื่อว่าเป็นเน็ตไอดอลที่สมัยคนนึงของสังคมวัยรุ่นอเมริกัน ทั้งความรู้ความเข้าใจที่หลากหลายแล้วก็มีความเป็นตัวของตัวเองสไตล์คน Gen-Z ซึ่งตัว มีอา นั้นเข้ากันได้ดีกับสมาชิกในครอบครัวเบ็คแฮม ไม่มีความต่างจาก นิโคลา เพลต์ซ หวานใจของ บรูคลีน พี่ชายคนโตของ โรเมโอ อย่างยิ่งจริงๆ

ด้าน โรเมโอ เป็นลูกชายคนรองของบ้านเบ็คแฮมโดยมีพี่ชายคือ บรูคลีน วัย 22 ปี แล้วก็ อาจารย์ซ กับ ฮาร์เปอร์ น้องชายกับน้องสาววัย 16 แล้วก็ 10 ปี ตามลำดับ

คืนนี้เจอกัน! “เดปาย, อาเรียส” เพื่อนซี้ที่ต้องกลายเป็นคู่แข่งชั่วคราว

เกมลาลีกา สเปน คู่ระหว่างบาร์เซโลน่า พบกับ กรานาด้า ที่คัมป์ นู ในคืนวันจันทร์ที่ 20 ก.ย.นี้ เป็นการดวลกันระหว่าง 2 เพื่อนซี้ เมมฟิส เดปาย แนวรุกของเจ้าบ้าน กับ ซานติอาโก้ อาเรียส ตัวบุกปีกขวาของแขก

ทั้งสองคนรู้จักกันทีแรกที่สมาคมพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ในเนเธอร์แลนด์ เมื่อปี 2013 อาเรียส ย้ายจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน มาค้าลำแข้งในถิ่นฟิลิปส์ สตาดิโอน ในตอนที่เดขว้างย ยอดเยี่ยมในดาวรุ่งที่น่าจับตามองตอนนั้น


ฤดูกาล 2013/14 และ 2014/15 เดปาย และอาเรียส ได้ลงสู่สนามร่วมกันทั้งปวง 53 นัด ให้กับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น และพาทีมครอบครองแชมป์เอเรดิวิซี่ ลีกสูงสุดของประเทศ ในฤดูกาล 2014/15 ทั้งสองคนจึงยิ่งสนิทกันขึ้นไปอีก
อย่างไรก็ตาม ในปี 2015 เดขว้างย ตัดสินใจย้ายไปค้าลำแข้งให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และได้พบกับพีเอสวี ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก เมื่อกันยายน 2015 เดปาย ยิงประตูให้ยูไนเต็ด แม้กระนั้นทีมของอาเรียส เปิดบ้านเอาชนะไปได้ 2-1

ส่วนการเจอกันในนัดที่ 2 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด บ้านของแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2015 เท่ากันไป 0-0 และโน่นคือครั้งปัจจุบันที่เดปายและอาเรียส ได้เจอหน้ากันในสนาม ก่อนที่ทั้งสองจะกลับมาดวลกันอีกทีในคืนวันจันทร์นี้

ผู้ใดเป็นผู้ฝึกสอนกันแน่? “ริโอ” พร่ำบ่น “โซลชาร์” ไม่กล้าสั่ง “โรนัลโด” ไปนั่งนิ่งๆ

“ริโอ เฟอร์ดินานด์” กูรูลูกหนังมีชื่อ ออกมาวิจารณ์ “คริสเตียโน โรนัลโด” หลังออกแอ็กชันยืนโวยวายคล้ายกับเป็นโค้ชอีกคนข้างๆ”โอเล กุนนาร์ โซลชาร์” ที่ปรึกษาของทีม

ริโอ เฟอร์ดินานด์ กูรูลูกหนังมีชื่อ ออกมาวิจารณ์ คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์คนมีชื่อเสียงชาวประเทศโปรตุเกสของ “ภูติผีปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังที่ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังออกแอ็กชันยืนโวยวายคล้ายกับเป็นโค้ชอีกคนข้างๆโอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้ฝึกสอนของทีมชาวนอร์เวย์

ดังนี้ คริสเตียโน โรนัลโด ที่ย้ายจาก “ม้าลาย” ยูเวนเหม็นตุส คืนถิ่นเก่าอย่างชายคา โอลด์ แทรฟฟอร์ด ลงสนามให้กับทีมเป็นนัดที่ 2 รวมทั้งตัวเขาก็ทำแต้มได้ตลอดหลังลงสนามในเกมลีกนัดแรกก็ซัดเบิ้ลสองประตูในเกมถล่มเอาชนะ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 4-1 ถึงกระนั้นเกมนี้ตัวเขาถูกเปลี่ยนตัวออกมาตอนช่วงหลังเหมือนกับลำแข้งร่วมชาติอย่าง บรูโน เฟอร์นันเดส อีกคน

แต่ทว่าหลังจากที่ คริสเตียโน โรนัลโด รวมทั้ง บรูโน เฟอร์นันเดส ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกมามีอยู่จังหวะหนึ่งที่ทั้งสองลุกออกมาโวยวายเสียงดังข้างๆกับ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ซึ่ง ริโอ เฟอร์ดินานด์ เห็นว่ามันเกิดเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่ง รวมทั้งถ้าหากเป็นเขาจะสั่งให้กลับไปนั่งที่เดิม ด้วยเหตุว่าเห็นว่าไม่ใช่หน้าที่ของนักฟุตบอลแต่อย่างใด

“ด้วยความจริงถ้าหากผมเป็นเขา (โอเล กุนนาร์ โซลชาร์) ผมจะสั่งให้พวกเขากลับไปนั่งซะ!”

“ผมเข้าใจนะว่า คริสเตียโน โรนัลโด มีแพสชันที่เปี่ยมล้นไปด้วยความอยากที่จะเอาชนะ บางบุคคลเห็นว่ามันเป็นการแสดงความฮึกเหิมแต่ว่าถ้าหากลองเป็นบุคคลอื่นมันก็จะต่างออกไปรวมทั้งถ้าหากว่าสิ่งนี้มันทำให้เขาจำเป็นต้องลุกมายืนโวยวาย หรือสั่งข้างสนามๆใกล้ๆกับกุนซือที่มีบทบาทในทีมเหนือกว่าผู้เล่นคุณจะแย้งไหมล่ะว่ามันถูกต้อง” อดีตแนวรับวัย 42 ปีระบุ

บาเยิร์น มิวนิค ต่อสัญญา “กอเร็ตซ์ก้า” ยาวถึงปี 2026

บาเยิร์น มิวนิค ประกาศต่อสัญญากับ เลออน กอเร็ตซ์ก้า กองกลางตัวเก่งออกไปยาวจนถึงปี 2026

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ทีมดังแห่งบุนเดสลีกา เยอรมัน ประกาศต่อสัญญากับ เลออน กอเร็ตซ์ก้า กองกลางวัย 26 ปี ออกไปจนถึงปี 2026 เป็นระเบียบแล้ว โดย เลออน กอเร็ตซ์ก้า บอกว่า “ที่บาเยิร์น มิวนิค เราคว้าแชมป์ได้ทุกรายการในช่วงสามปีที่ผ่านมา แต่ว่าสิ่งที่ดีกว่าการคว้าแชมป์เป็นการพยายามคว้าแชมป์ต่อไปเรื่อยๆ”

“ส่วนประกอบพวกนี้เป็นสิ่งที่ค้ำประกันความสำเร็จของสมาพันธ์แห่งนี้ ผมยินดีมากมายที่ได้ขยายคำสัญญาออกไปจนถึงปี 2026”

ขณะ โอลิเวอร์ คาห์น CEO ของสมาพันธ์ฟุตบอลบาเยิร์น บอกว่า “สิ่งสำคัญสำหรับเพื่อการปรับปรุงของ บาเยิร์น มิวนิค เป็นการที่เรารักษาตำแหน่งหัวหน้าของเราในระยะยาว เราต้องการผู้เล่นที่มีแรงจูงใจอย่างยั่งยืน”

“การขยายคำสัญญานี้ยังเป็นสัญญาณที่ลีออนเชื่อถือว่าเราจะยังคงประสบผลสำเร็จต่อไปในอนาคตตามเดิมเป็นมาในอดีตกาล”

ดังนี้ เลออน กอเร็ตซ์ก้า ย้ายมา บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2018 จากชาลเก้04 พร้อมเป็นอย่างยิ่งสำคัญพาทีมคว้าแชมป์บุนเดสลีกา 3 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 2 สมัย รวมทั้งยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย รวมทั้งยังลงเล่นไป 114 เกม ทำเป็น 25 ประตูอีกด้วย