ufa mobile ไม่ให้อุทธรณ์! ศาลสั่งจำคุก “เครื่องปรับอากาศกน็องเดซคนพี่” 6 เดือน คดีฝ่าฝืนเจอแฟนปี 2017

ข่าวใหญ่ของแวดวงลูกหนังเยอรมนีและฝรั่งเศส เมื่อ ลูกาส์ เครื่องปรับอากาศกน็องเดซ แนวรับของบาเยิร์น มิวนิค ถูกศาลกรุงมาดริดตัดสินจำคุก 6 เดือน คดีที่เจ้าตัวละเมิดคำสั่งห้ามเข้าใกล้แฟนสาวเมื่อปี 2017

ตอนวันที่ 13 ตุลาคมก่อนหน้านี้ ตรงเวลาแคว้น ศาลอาญากรุงมาดริด ได้ปฏิเสธการอุทธรณ์โทษจำเรือนจำ โดยหน้าแข้งดังได้รับคำบัญชาให้ไปขึ้นโรงขึ้นศาลอีกรอบในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ ต่อจากนั้นเขามีเวลา 10 วันเพื่อตัดสินใจว่าจะเลือกติดคุกที่ไหนในสเปนถัดไป

โดยคดีนี้ เครื่องปรับอากาศกน็องเดซ ก่อไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2017 ขณะเป็นผู้เล่นแอตเลติโก มาดริด ด้วยการปองร้าย เอมิเลีย ยอเรนเต แฟนสาววัย 35 ปี ซึ่งศาลลงโทษให้เขารับใช้ชุมชนเป็นเวลา 324 ชั่วโมง และห้ามเข้าใกล้แฟนสาวในระยะ 500 เมตร เป็นเวลา 6 เดือน โดยเด็ดขาด

อย่างไรก็ดี เพียงแค่ 4 เดือนต่อไป ในวันที่ 13 มิถุนายน 2017 เครื่องปรับอากาศกน็องเดซได้ละเมิดคำสั่งศาลและถูกจับจับที่สนามบินมาดริด ขณะกำลังจะขึ้นเครื่องบินไปฮันนีมูนกับ เอมิเลีย ที่ไมอามี สหรัฐฯ

ถึงแม้ตัวแฟนสาวจะกลับมาคืนดีกับตัวรุกวัย 25 ปีแล้ว แต่ศาลถือว่าเครื่องปรับอากาศกน็องเดซละเมิดคำสั่งอย่างเหี้ยมหาญ ทำให้ในธ.ค. 2019 เครื่องปรับอากาศกน็องเดซถูกศาลมาดริดตัดสินให้จำคุกในข้อกล่าวหานี้ ก่อนเจ้าตัวจะยื่นอทุธรณ์ขอต่อสู้ตามกรรมวิธีข้อบังคับมาตลอด 2 ปี แต่ก็ประสบความล้มเหลว

สำหรับ ลูกาส์ เครื่องปรับอากาศกน็องเดซ มีน้องชายที่อายุน้อยกว่า 1 ปี อย่าง เตโอ เครื่องปรับอากาศกน็องเดซ ที่เล่นให้ เอซี มิลาน ในอิตาลี โดยทั้งสองเป็นลูกชายของ ฌอง-ฟร็องซัวส์ เครื่องปรับอากาศกน็องเดซ อดีตกาลแนวรับของแอตเลติโก มาดริด ในสมัยต้นทศวรรษ 2000

ufa168 “อิคาร์ดี้” ดาวยิงเปแอสเช รับไม่สนย้ายซบ นิวคาสเซิ่ล

ภายหลังที่มีกล่าวว่า เมาโร อิคาร์ดี้ ดาวยิงทีมชาติประเทศอาร์เจนตินา เปลี่ยนเป็นจุดหมายอันดับต้นๆของ นิวติดอยู่สเซิ่ล ยูไนเต็ด ทีมดังในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ข้างหลังการเข้าเข้าครอบครองสมาพันธ์ของ พีไอเอฟ กรุ๊ปทุนจากซาอุดิอาระเบีย เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้าที่ผ่านมา

แต่ปัจจุบัน ศูนย์หน้าวัย 28 ปี ได้ออกมาการันตีว่าเขาจะไม่ย้ายออกจาก กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต้นสังกัดในลีกเอิง ประเทศฝรั่งเศส อย่างแน่แท้ โดย กาบริเอเล่ จุฟฟริด้า เอเยนต์ของตัวนักฟุตบอลได้ออกมาเผยกับ กัลโช่แมร์กาโต้ สื่อดังของประเทศอิตาลี

“การอำลากรุงปารีสไม่อยู่ในแผนของ เมาโร และ แวนด้า มันเป็นสิ่งท้ายที่สุดที่ทั้งคู่ต้องการ ผมไม่เห็นเลยว่า เมาโร จะย้ายทีมในเร็วๆนี้” เอเยนต์ของหน้าแข้งดังออกมาการันตี

ส่วนต้นเหตุเพราะว่า แวนด้า ท้องนาร่า ภรรยาของศูนย์หน้าทีมชาติอาร์เจนว่ากล่าวน่า ไม่ได้อยากที่จะย้ายไปดำรงชีวิตที่อังกฤษ เพราะว่าชอบใจการใช้ชีวิตที่กรุงปารีส และตัวของหน้าแข้งดังก็เชื่อฟังภรรยามหาศาล ก่อนหน้าที่ผ่านมา นางเบบสาวชาวอาร์เจนไตน์วัย 34 ปี นับว่าทรงอิทธิพลต่อการตัดสินใจของ ศูนย์หน้าวัย 28 ปี มหาศาลในระยะหลังเรียกว่าคุมทุกๆสิ่งทุกๆอย่างได้อยู่หมัด ถึงแม้ว่าจะประเด็นการย้ายทีมและต่อสัญญากับสมาพันธ์

โดย แวนด้า ท้องนาร่า เผยว่าเทคนิคมัดใจสามีของคุณก็คือการเอาใจใส่ในทุกวันไม่ว่าจะเป็นการเตรียมอาหารในตอนเวลาเช้า แล้วหลังจากนั้นก็ทำของหวานในตอนเวลาบ่าย และจบที่เรื่องบนเตียง แถมยังมีกระแสข่าวลือในกลุ่มนักฟุตบอลว่า อีการ์ดี้ มีเซ็กซ์กับภรรยาของเขามากถึงวันละ 12 ครั้งต่อวันอย่างยิ่งจริงๆ

สำหรับปัจจุบันทั้งคู่มีลูกทั้งหมดทั้งปวง 5 คน โดยเกิดกับสามีเก่า มักซี่ โลเปซ 3 คน และกับ เมาโร อิคาร์ดี้ สามีคนปัจจุบัน 2 คน โดยถึงแม้คุณจะผ่านการมีบุตรมาแล้วถึง 5 คน แต่หุ่นองค์เอวของคุณยังนับว่าขายได้มีคนติดตามมากยิ่งกว่า 8.1 ล้าน ในอินสตาเอ็งรม

มาแบบตระการตา! เจ้าของงานเปิดตัวโลโก้พร้อมสโลแกนศึก “ยูโร 2024”

ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันชิงชัยฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 17 หรือ ยูโร 2024 (EURO 2024) พื้นที่ “อินทรีเหล็ก” ทีมชาติเยอรมนี สู้หน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการชิงชัย

ล่าสุด ที่สนามโอลิมปิก สเตเดียม ในกรุงเบอร์ลิน ชาติเจ้าภาพได้จัดพิธีการเปิดตัว 10 เมืองที่จะใช้ในลัษณะของการชิงชัย พร้อมกับโลโก้รวมทั้งสโลแกนออกมาเรียบร้อย

โดยโลโก้ของศึกยูโร ครั้งที่ 17 นี้ ถูกเปิดตัวด้วยการแสดงแสงสีวิจิตรตระการตา โดยได้แรงจูงใจมาจากสีธงชาติของสมาชิกยูฟ่า (UEFA) ทั้ง 55 ชาติ


ในช่วงเวลาที่ถ้วยรางวัลชนะเลิศของการแข่งขันชิงชัย เจ้าภาพได้นำแถบสีทั้ง 24 แถบ คือ 24 ชาติ ที่ได้ร่วมทัวร์นาเมนต์ในรอบท้ายที่สุด มาจัดแถวล้อมถ้วยโทรฟี้ พร้อมสโลแกนเป็น “United by Football. Vereint im Herzen Europas” แปลว่า “หลอมรวมกันด้วยฟุตบอลในใจกลางของยุโรป” สื่อถึงความเป็นหนึ่งเดียวกัน ความกลมเกลียว รวมทั้งการหลอมรวมเข้าด้วยกัน

ส่วน 10 เมืองเจ้าภาพของเยอรมนี ประกอบด้วย มิวนิค, เบอร์ลิน, วัวโลญจน์, ดอร์ทมุนด์, ดุสเซลดอร์ฟ, แฟรงค์เฟิร์ต, สเหม็นตุตการ์ต, ฮัมบูร์ก, ไลป์ซิกข์ รวมทั้ง เกลเซนเคียร์เชน โดยการแข่งขันชิงชัยจะมีทั้งนั้น 51 นัดหมาย ตั้งแต่ 14 มิถุนายน ถึง 14 ก.ค. 2024

เปิดความศรัทธา อาถรรพ์วังน้ำวน หน้าวัดพนัญเชิง

วันนี้ aorest ร้านพวงหรีด เสนอเรื่องจากกรณีเรื่องเรือล่ม บริเวณท่าน้ำวัดพนัญเชิงวรพิหาร จังหวัดอยุธยา ซึ่งมีความเชื่อว่าจุดดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นจุดบรรจบของแม่น้ำใหญ่ทั้ง 2 สายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วก็แม่น้ำป่าสัก ซึ่งเมื่อแม่น้ำทั้ง 2 สายมาบรรสิ้นสุดกัน กำเนิดเป็นวังน้ำวน มีกระแสน้ำไหลแรงแรง ประกอบกับถ้าหากมีฝนตกเยอะแยะ หรือฤดูน้ำหลาก จุดนี้ก็จะเป็นจุดอันตราย ทำให้ที่ผ่านมาบริเวณนี้เกิดเหตุเรือล่มหลายครั้ง ซึ่งถึงแม้จะมีการคาดการณ์ถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่ายังมีเรื่องราวเกี่ยวกับความเลื่อมใสของราษฎรที่มั่นใจว่าจุดดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นจุดอาถรรพณ์ด้วย

สำหรับเรื่องราวของอาถรรพณ์วังน้ำวนนี้ มีความเชื่อว่าจุดดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นจะมีถ้ำใต้น้ำอยู่ ถ้าหากเรือผ่านตอนน้ำวนนี้ จึงควรจุดธูปบอกเล่า เป็นการขอผ่านทางให้สิ่งศักดาช่วยคุ้มครองปกป้อง เรือก็จะสามารถผ่านบริเวณจุดนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

นายกฤษฎา บัวรังษี หัวหน้ากลุ่มงานท่องเที่ยว ที่ทำการการท่องเที่ยวแล้วก็กีฬาจังหวัดอยุธยา ได้พูดถึงเรื่องของถ้ำใต้น้ำวัดพนัญเชิงฯ ในรายการโหนกระแส ตอนวันที่ 4 ตุลาคม 2564 ระบุว่า

ความเลื่อมใสเกี่ยวกับวัดพนัญเชิงฯ นั้น คนภายในพื้นที่เล่าต่อๆกันมาว่า เวลาไหว้หลวงพ่อโต พุทธรูปในอุโบสถ วัดพนัญเชิงฯ เมื่อเอาหูแนบพื้น ก็จะได้ยินเสียงราวกับมีโพรง หรือว่าถ้ำอยู่ข้างล่าง จึงเชื่อกันว่าข้างล่างมีถ้ำ แล้วก็มีโพรงตะไข้ใหญ่อยู่ข้างล่าง ซึ่งในหัวข้อนี้เป็นความเชื่อที่มาในลักษณะของความเป็นสิริมงคล โชคลาภ ไม่ได้เป็นความมั่นใจว่าจะมีผู้ใดกันเสียชีวิตตรงนั้น

แล้วก็เมื่อพูดถึงวัดพนัญเชิงฯ แล้ว ยังมีหนึ่งเรื่องเล่าที่เกี่ยวโยงกับวัดพนัญเชิงฯ คือเรื่องของพระนางสร้อยดอกหมาก โดยปรากฎในดงษาวดารเหนือ ที่ได้มีการพูดถึงพระนางสร้อยดอกหมาก ไว้ในเรื่องของพระเจ้าสายน้ำผึ้งว่า

พระนางสร้อยดอกหมาก เป็นพระธิดาบุญธรรมของพระเจ้ากรุงจีน ประสูติจากจั่นหมาก พระเจ้ากรุงจีนได้ทรงชูลูกสาวของพระองค์ให้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าสายน้ำผึ้ง โดยทั้ง 2 เข้าพิธีการอภิเษกกัน ก่อนที่พระเจ้ากรุงจีนจะทรงจัดสำเภาให้พระเจ้าสายน้ำผึ้ง แล้วก็พระนางสร้อยดอกหมากได้เสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา

เมื่อเดินทางมาถึงกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าสายน้ำผึ้งได้เสด็จเข้าวังก่อน แล้วก็ส่งคนรับมาพระนางสร้อยดอกหมากเข้าวัง แต่พระนางสร้อยดอกหมากนั้น อยากให้พระเจ้าสายน้ำผึ้งมารับด้วยพระองค์เองเมื่อไม่เห็นพระองค์จึงไม่ยินยอมเสด็จ ประกอบกับที่พระเจ้าสายน้ำผึ้งได้ทรงบอกหยอกในเชิงว่าไม่มาก็อยู่ตรงนี้ พระนางกำเนิดความเข้าใจผิด แล้วก็ความน้อยใจ จึงทรงกลั้นใจจนถึงตาย พระเจ้าสายน้ำผึ้งจึงโปรดฯ ให้สร้างศาลขึ้นเพื่อนึกถึงพระนางสร้อยดอกหมากที่จากไป

สำหรับ ศาลพระนางสร้อยดอกหมาก หรือศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ตั้งอยู่ข้างในบริเวณวัดพนัญเชิงฯ จังหวัดอยุธยา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ผู้คนนิยมไปขอพรในเรื่องต่างๆทั้งขอพรความรัก การงาน การบรรลุผล แล้วก็เงินทอง

เศษเงินพระผู้เป็นเจ้า! “ซลาตัน” จัดเฟอร์รารี Sf90 Stradale เป็นของขวัญวันเกิดปีที่ 40

ช่วงวันที่ 3 ตุลาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดปีที่ 40 ของนักฟุตบอลสมญานาม “พระผู้เป็นเจ้า” ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ดาวยิงจอมเก๋าชาวสวีเดน และเนื่องในวันเกิดของเขา เขาก็เลยจ่ายตลาดขวัญพิเศษให้กับตนเอง


โดยของขวัญชิ้นดังที่กล่าวถึงแล้วก็คือ รถกำลังไฟฟ้า-ไฮบริด สีทอง “เฟอร์รารี Sf90 Stradale” ราคา 4 แสนปอนด์ (ราว 18.4 ล้านบาท) โดยรถยนต์คันนี้ สามารถทำความเร็วได้ 320 กม.ต่อชั่วโมง ซึ่งเขาได้โพสต์ภาพของรถยนต์คันนี้ ลงในอินสตาแกรม iamzlatanibrahimovic พร้อมแคปชั่น “Happy Birthday to Zlatan”

ถ้าหากย้อนกลับไปในปีให้หลัง ลำแข้งสวีเดนรายนี้ ก็ได้รถยนต์คันใหม่ ด้วยรถปอร์เช่ 911 Targa 4S Heritage Design Edition สีแดง รวมทั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เขาก็ได้ใช้เงิน 1.4 ล้านปอนด์ (64 ล้านบาท) สำหรับการซื้อรถยนต์ FERRARI MONZA SP2 รุ่นหายากมาถือครอง

ไม่เพียงเท่านั้น ในคอลเลคชั่นรถหรูของเขา ยังมี Lamborghini Urus SUV, Ferrari Enzo, Audi S8, Lamborghini Gallardo, Maserati GranTurismo และ Porsche 918 Spyder ราคารวมหลายร้อยล้านบาท

ตอนนี้ ซลาตัน ในวัย 40 ปี ยังขึ้นอยู่กับ เอซี มิลาน ที่อิตาลี โดยปีที่แล้ว เขายิงไป 17 ประตู จาก 27 นัด และในปีนี้ ยิงไป 1 ประตู จากการลงไปในสนาม 1 เกม โดยรับค่าตอบแทนจากภูติผีแดง-ดำอยู่ที่ 7 ล้านยูโรต่อปี หรือราว 275 ล้านบาท

ปรากฏการณ์อันตราย จันทรคราส ปะทะ สุริยเคราะห์

วันนี้ aorest ร้านขายพวงหรีด จะพาทุกคนมาเตรียมรับมือ วันดับดวง! โดย อ.นิติกฤตย์ พึ่งจะไหว้รับดาวพฤหัสย้ายไปเมื่อสิ้นเดือนก่อนหน้าที่ผ่านมา ขอบารมีดาวพฤหัสดาวที่ความดีความรู้ช่วยน้ำม้าวิตให้แม้กระนั้นความสุขการบรรลุผล แต่เท่านั้นอาจยังไม่เพียงพอ ด้วยเหตุว่าวันที่ 19 พ.ย.นี้จะกำเนิด “ราหูอมจันทร์” หรือ ราหูอมจันทร์ , จันทรุปราคา เป็นวันดับดวง ซึ่งเช้าใจกันว่า มักจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงหายนะ กับชีวิตและก็บ้านเรือน

ยิ่งปีนี้เป็นปีที่เกิดการปรากฏ จันทรุปรา ถึง 2 ครั้ง และก็สุริยอุปราคา 2 ครั้ง ความแรงก็ยิ่งทวีคูณ นับเป็นการปรากฏด้านโหราศาสตร์ที่น่าจับตา

การเกิดราหูอมจันทร์ หรือ จันทรุปราคา เกิดขึ้นเมื่อ ดวงอาทิตย์ โลก และก็ดวงจันทร์ เรียงอยู่ในแนวเดียวกันพอดี ราหูอมจันทร์ จะเกิดขึ้นเฉพาะในคืนวันเพ็ญ 15 ค่ำ หรือคืนวันพระจันทร์เต็มดวง โดยโลกจะอยู่ตรงกลางระหว่างดวงอาทิตย์และก็ดวงจันทร์ ดาวอาทิตย์และก็ดาวจันทร์ เล็งกัน 180 องศา หรืออยู่ตรงกันข้ามกันพอดี ดวงจันทร์โคจรผ่านไปในเงาของโลก พวกเราจึงเห็นดวงจันทร์หายไปในเงามืดทั้งดวงหรือบางส่วนก็ได้

สำหรับจันทรุปราที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19 พ.ย. 2564 เป็นการกำเนิดราหูอมจันทร์บางส่วน ในประเทศไทยบริเวณที่สามารถเห็น อย่างเช่น ภาคอีสาน ด้านตะวันออกของภาคกึ่งกลาง ภาคตะวันออก และก็ด้านตะวันออกของภาคเหนือ โดยจะเริ่มกำเนิดตั้งแต่เวลา 14:18:41 – 19:03:41 แม้กระนั้นจุดที่ทรงอิทธิพลที่สุด เป็นช่วงเวลาที่เงาจันทร์เข้าไปลึกที่สุดเป็น 16:02:54

ในด้านของโหราศาสตร์ ราหูอมจันทร์ มีความเชื่อเช่นเดียวกับการเกิดสุริยอุปราคา โดยมั่นใจว่า “ราหูอมจันทร์” ซึ่งจะนำความฉิบหาย และก็เภทภัยมาสู่โลก ขณะที่มีคราวส(จันทรุปราคา) คราวสจะเป็นจุดควบคุมของสรวงสวรรค์ เร่งการปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามวิถีที่กรรม โดยเหตุนั้น พวกเรามักจะพบว่า มีเรื่องราวรุนแรง ความปั่นป่วน หรือ จุดเปลี่ยนสำคัญทั้งดีและก็ร้ายในชีวิตเกิดขึ้น ในช่วงใกล้ๆทั้งก่อนและก็ข้างหลัง หรือ ระหว่างการเกิดคราวส

ผลพวงจากคราวส ไม่ได้กำเนิดเสมอกันทุกคน คนใดกันที่สั่งสมกรรมดีมาตลอด เมื่อกำเนิดคราวสกุศลผลและก็บุญก็จะสนับสนุนเรื่องเลวร้ายทั้งหลายแหล่จะน้อยลง ตรงกันข้ามคนใดกันที่ทำปาบเลวทราม คราวสจะยิ่งซ้ำๆตอกย้ำซ้ำเติมโชคเคราะห์ในแย่ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีดวงกำเนิดทำมุมสำคัญกับจุดที่เกิดคราวส , คนที่มีดวงจันทร์ และก็ ดวงอาทิตย์ อยู่ในโชคเคราะห์ ก็ยิ่งทำให้เกิดผลกระทบทวีคูณ

มิหนำซ้ำวันที่ 4 เดือนธันวาคม 2564 นี้ ก็ยังกำเนิดการปรากฏ “สุริยอุปราคา” อีก ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมถึงมหาภัยที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตและก็ดวงเมือง และก็การเกิดสุริยอุปราคาครั้งนี้ เป็นการกำเนิดแบบเต็มดวง ย่อมทำให้เกิดผลกระทบเต็มๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในช่วงเวลานับจากนี้ไปจนถึงวันที่ 4 เดือนธันวาคม 2564 ขอให้ทุกคนหมั่นสร้างบุญสร้างกุศล สวดมนต์ไหว้พระ แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลไปยังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องรักษาคุ้มครองป้องกันโชคเคราะห์ และก็คุ้มครองป้องกันบ้านเรือน ขอให้ทำอย่างเร่งด่วนอย่าได้ขาดด้วยเหตุว่าผลพวงในครั้งนี้ จะมีผลไปถึงโชคเคราะห์ปี 2565

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่การเกิดราหูอมจันทร์ และก็ สุริยอุปราคา ขอให้ทุกคนตั้งอกตั้งใจสวดมนต์ไหว้พระเพื่อเสริมสร้างบารมี เริ่มจากบทสวดมนต์ที่ทุกคนเคยสวดบ่อยๆ และก็จบท้ายด้วยบทสวดมนต์สอนเจ้ากรรมนายเวร ซึ่งเป็นพุทธมนต์ปาฏิหาริย์ ช่วยเหลือได้ด้วยตัวท่านเอง สามารถพลิกชีวิตใครต่อใครมามากมาย จักหนุนนำให้เวรที่ติดตัวมาคลี่คลายเบาบางลง

โดยในวันที่ 4 ต.ค.นี้ คุณครูนิติกฤตย์ คำกล่าวขวัญศรีวรนันท์ ผู้ที่มีความชำนาญศาสตร์พลังตัวเลข ได้จัดพิธีการ บวงสรวงออนไลน์ ท้าวเวสสุวรรณ คุ้มครองป้องกันโชคเคราะห์ รอดพ้นภัย สามารถร่วมพิธีการเหมาะ เพจเบอร์รับโชค(นิติกฤตย์ คำกล่าวขวัญศรีวรนันท์) และก็ติดตามเหมาะ Sanook

สำหรับท้าวเวสสุวรรณ หรือ ท้าวกุเวร นั้น เป็นอธิบดีที่อสูรย์ (ยักษ์) และก็เป็นเจ้าที่ผี เป็นเยี่ยมในบรรดาท้าวจเหม็นตุโลกบาลทั้งสี่ ผู้คุ้มกันและก็ดูแลโลกมนุษย์ สถิตอยู่บนสรวงสวรรค์ชั้นจาเหม็นตุมหาราชิกา ทรงอิทธิฤทธิ์มีอานุภาพมากมาย สำหรับชาวจีนท้าวเวสสุวรรณก็คือ องค์ไฉ่สิงเอี้ย หรือเทพเทวดาที่โชคลาภ การบูชาท้าวเวสสุวรรณ จึงเป็นการคุ้มครองป้องกันโชคเคราะห์และก็พอกพูนเงินทรัพย์สิน

ตัวการหรือไม่! สื่อน้ำหอมเผยภาพ “3 แข้งเปแอสเช” สังสรรค์งานเลี้ยงก่อนปราชัยแรนส์

เปลี่ยนเป็นผลของการแข่งขันที่ต้องพูดว่าอัศจรรย์ทีเดียวเมื่อ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สมาพันธ์ยักษ์ใหญ่แห่งลีกเอิง ประเทศฝรั่งเศส เสียท่าบุกไปแพ้ให้กับ แรนส์ 0-2 ทีมอันดับ 14 ของตาราง ที่สนาม รัวซง ปาร์ค เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 เดือนตุลาคม ที่ผ่านมา

โดยถือเป็นความปราชัยครั้งแรกของทีมดังจากเมืองหลวง ทั้งๆที่ก่อนหน้าที่ผ่านมาพวกเขาเดินหน้ากระหน่ำคู่แข่งเป็นว่าเล่นกวาดชัยมาต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดฤดู 8 เกมติดต่อกัน กล่าวได้ว่าโกยแต้มไปๆมาๆกถึง 24 แต้มอย่างเร็ว แถมเกมนี้พวกเขายังทำสถิติยิงไม่เข้ากรอบเลยแม้กระทั้งครั้งเดียว

แต่ความปราชัยในเกมนี้มันดันมีใจความสำคัญขึ้นมาข้างหลังมีภาพของนักเตะของทีม 3 ราย นำโดย เนย์มาร์, มาร์โก้เก๋ แวร์ราตรี รวมทั้ง คีลิยัน เอ็มบัปกระเป๋า ที่ได้เดินทางไปร่วมงานงานเลี้ยงสังสรรค์วันเกิดของ ซินดี้ บรูน่า นางแบบสาวคนที่ใครๆก็รู้จักชาวประเทศฝรั่งเศส เมื่อคืนนี้วันศุกร์ที่ผ่านมา

แถมสื่อหลายสำนักยังรายงานไปทำนองเดียวกันว่า หน้าแข้งทั้งสามรายได้งานเลี้ยงชนิดสุดฤทธิ์ด้วยกันทั้งคืนที่ร้านอาหารสุดหรู Trattoria กลางเมืองปารีส ร่วมกับ ลูอิส แฮมิลตัน ยอดนักขับฟอร์มูล่า วัน แชมป์โลก 7 สมัย ที่ก็ได้รับเชิญให้มาร่วมงานเช่นเดียวกัน

นอกนั้นยังมีแถลงการณ์ว่า ลิโอเนล เมสซี่ แนวรุกทีมชาติอาร์เจนว่ากล่าวน่า ที่เพิ่งจะย้ายมาดำเนินชีวิตที่กรุงปารีส ข้างหลังเซ็นสัญญาร่วมทีม เปแอสเช ก็ได้รับคำชวนให้ไปร่วมงานงานเลี้ยงดังกล่าวเหมือนกัน แต่ว่าตัวของ ตัวรุกวัย 34 ปี ได้ปฏิเสธที่จะไปร่วมงานโดยให้เหตุผลว่าติดธุระเรื่องอื่นที่ต้องทำก่อนแล้ว

สำหรับหัวข้อนี้ทางสมาพันธ์ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไม่ได้ออกมาให้ความเห็นอะไร เนื่องจากว่านับได้ว่าเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลของตัวนักเตะเองที่จะต้องดูแลตนเองนอกจากเวลาฝึก รวมทั้งคือเรื่องของระเบียบส่วนตัวที่จะต้องให้ความเอาใจใส่กับสภาพร่างกายก่อนการแข่ง แต่ว่าเชื่อเลยว่าแฟนบอลของทีมที่รู้ข่าวต้องไม่สบอารมณ์อย่างแน่แท้

คลิปหลุดพาโชคร้าย! คอนติดอยู่เคฟแบน 3 ปี “รองปธน.” พร้อมสั่งตกรอบทั้งสอง

จากกรณีที่ รอนนี บรุนสไวก์ รองประธานาหัวหน้าของประเทศซูริท้องนาเม และก็เป็นเจ้าของสโมสร อินเตอร์ โมเอนโกตาโพ ส่งตัวเองออกตัวเป็นตัวจริงในศึกคอนติดอยู่เคฟ ลีก รอบคัด ในเกมที่เจอกับ ซีดี โอลิมเปีย สโมสรจากประเทศฮอนดูรัส

ล่าสุด สมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาเหนือ, อเมริกากึ่งกลาง และก็แคริบเบียน หรือ คอนติดอยู่เคฟ สั่งลงทัณฑ์ บรุนสไวก์ ห้ามข้องเกี่ยวกับวงการฟุตบอลเป็นเวลา 3 ปี โดยมีคลิปหลุดสุดอื้อฉาวที่เจ้าตัวนำเงินไปมอบให้กับนักเตะและก็สตาฟฟ์โค้ชทีมคู่ต่อสู้ถึงในห้องแต่งตัวทีมเยี่ยมเป็นหลักฐานที่ดินสมาพันธ์ฯ รับไม่ได้ นอกจากนั้น ทั้งคู่ทีมยังโดนปรับไม่เข้ารอบไปทั้งคู่อีกด้วย

สำหรับเรื่องราวของรองประธานาหัวหน้าคนนี้นับว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะเหตุว่าที่ผ่านมา ชีวิตของเขามีหลายบทบาท ตั้งแต่การเป็นนักการเมือง, พลร่ม, โจรปล้นแบงค์, หัวหน้าโจร และก็มีรายงานจากนิวยอร์ก ไทมส์ ว่า เขามีลูกถึง 50 คนร่วมกัน ซึ่งในอดีตเขาเคยถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานลักลอบค้ายาเสพติดในยุโรป แม้กระนั้นก็เป็นผู้สนับสนุนระบบประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในประเทศซูริท้องนาเม

ส่วนเรื่องราวในวงการฟุตบอล เขาเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการสร้างสนามของทีม อินเตอร์ โมเอนโกตาโพ ที่เขาเป็นเจ้าของในปี 2002 แล้วต่อจากนั้นในปี 2005 เขาเคยถูกลงโทษแบนในข้อกล่าวหาใช้ปืนข่มขวัญนักเตะคนหนึ่งระหว่างแข่งขัน แม้กระนั้นท้ายที่สุดไม่มีหลักฐานเอาผิด แล้วต่อจากนั้นในปี 2012 เคยถูกแบนจากการแข่งขันชิงชัย เพราะเหตุว่าใช้คำกล่าวไม่เหมาะสมกับผู้ตัดสิน

ผีม้าบ้อง จากประสบการณ์ของแม่และก็สหาย โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป

aorest ร้าน พวงหรีด จะมาเล่าของคนเหนือ ตำนาน “ผีม้าบ้อง” มีด้วยกันหลายสำนวน เรื่องที่สุดฮิตก็คือ มีชาย 2 คนเป็นเพื่อนรักกัน สนิทสนมกลมเกลียวพร้อมใจ จนถึงเชื่อถือกันเป็น “เสี่ยว” ซึ่งโดยทั่วไป คำว่า “เสี่ยว” นี้ สื่อความหมายสองอย่าง

1) เรียกเนื่องจากว่ากำเนิดปีนักษัตรเดียวกัน ดังเช่น ปีไก่ ปีสุนัข หรือถ้าเกิดตรงวันตรงเดือน จะยิ่งเหนียวแน่นเพิ่มขึ้น เนื่องจากว่านับว่าเกิดมาร่วมบุญร่วมภพชาติ

2) สนิทสนมรักกันจนถึงราวกับเครือญาติ หากแม้กำเนิดห่างวันเดือนปี ก็นับเป็นเสี่ยวกันได้

ในยุคสมัยก่อนนู่น เมื่อบ้านเมืองคนเหนือส่วนใหญ่ยังตั้งอยู่ในแวดล้อมป่าดง ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ด้านเหนือนั้นมีขนบธรรมเนียม “เกี้ยวสาว-อู้สาว” ซึ่งเป็นการสานสโมสรความเป็นมิตรระหว่างชายหญิง เป็นเรื่องสามัญในขนบธรรมเนียม

เมื่อบ้านใดมีลูกสาว โตมาเป็นสาววัยแรกรุ่น ก็จะมีหนุ่มๆมาเกี้ยว (ท่องเที่ยว) หา

ในการเกี้ยวนั้น มีกติกาที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า หนุ่มแต่ละคนจะขึ้นเกี้ยวบ้านใดก็ได้ บางคืนบางครั้งอาจจะไปสองสามบ้าน ถ้าหากพึงใจก็ไปติดๆกันต่อมา หรือถ้าหากไม่พอใจ ก็ไม่ขึ้นเกี้ยวเรือนนั้นอีก

ส่วนฝ่ายหญิง ตกยามค่ำแลง ก็จะอาบน้ำทาแป้งแต่งตัว ออกมานั่งรอที่ห้องโถง (ด้านเหนือเรียก “เติ๋น”) ข้างพ่อแม่ที่รู้ประเพณีก็จะรีบเข้าห้องนอนเสีย ลงเรือนไปบ้านพี่น้องก่อน เปิดโอกาสให้วัยรุ่นได้พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว

พ่อแม่คนไหนกันที่จามๆไอๆอยู่ในห้องนอน หรือเปล่ายอมลุกออกมาจากห้องนอก ก็จะถูกครั้งนินทาว่า เป็นพ่อแม่ขี้หวงขี้ขาง ใจคอคับแคบ มีผลต่อการพินิจพิเคราะห์ว่าจะเข้าไปเขยกันหรือเปล่า

แต่ว่าสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งในการเกี้ยวอู้ของเจ้าบ่าวเจ้าสาว เป็นการมีระยะห่างที่เหมาะสม การให้เกียรติ ไม่ฉวยโอกาส ห้ามปากว่ามือถึง จำต้องไม่มีการล่วงเกิน ล่วงละเมิดทางเพศ

ตามประเพณีเดิมนั้น เมื่อหนุ่มขึ้นบ้านสาว ก็จำเป็นจะต้องนั่งห่างๆก่อน บ้างจึงจะนั่งใกล้หัวกะไดบ้าง นั่งขอบเติ๋นบ้าง ดูท่าทางว่า เจ้าของบ้านเองเต็มอกเต็มใจต้อนรับตนหรือเปล่า

ถ้าหากสาวใดพึงพอใจคนมาเยี่ยม ก็จะต้อนรับขับสู้ ชักชวนดื่มน้ำรับประทานยาสูบ แต่ว่าถ้าเกิดไม่พอใจ ก็มักถามคำตอบคำ และอ้างว่าจำต้องเข้านอนแล้ว เพียงพอหนุ่มลงเรือนก็ดับไฟกะทันหัน เป็นสัญญาณบอกว่า ไม่ต้องมาอีกแล้ว

ในแต่ละคืน สาวบางบ้านจึงได้ต้อนรับหนุ่มๆมากมาย ส่วนหนุ่มบางคน ได้ยินว่าบ้านหลังไหนมีคนงามก็ไปตามแสวงหา บางคืนก็ไปหลายบ้าน บางเวลาไปถึงต่างหมู่บ้านก็มี เรียกว่า ออนทัวร์กันเป็นที่ครึกครื้น

จะว่าไป ก็เป็นการเลือกคู่ที่เท่าเทียมกันดีทั้งสองฝ่าย เนื่องจากว่าเมื่อยังอยู่ระหว่างเกี้ยวอู้หากัน มิได้ตกลงใจเป็นคนรักกัน ก็จะหึงหวงกันมิได้

แต่ว่าเมื่อไรที่ตกลงแล้วว่าจะเป็นคนรักกันแล้ว ผู้ชายก็จำต้องหยุดการไปเกี้ยวหาสาวอื่น ส่วนเพศหญิงก็จะไม่รับชายอื่นขึ้นเรือนแล้วด้วยเหมือนกัน ต่อมา การหมั้นหมายเตรียมสมรสก็จะตามมา

กลับมาที่เรื่องผีม้าบ้องในตำนาน ที่ชี้แจงหัวข้อการเกี้ยวอู้ของเจ้าบ่าวเจ้าสาว เนื่องจากว่าในยุคสมัยนี้ ขนบธรรมเนียมพวกนี้แทบจะหายสูญไปหมดแล้ว ชีวิตในปัจจุบันไม่ใช่ง่ายที่คนที่ไม่รู้จักจะเข้าบ้านผู้ใดกัน และการรอคอยต้อนรับผู้ชายผู้เดียวในบ้าน ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม

แต่ว่าในยุคสมัยนู่น ลองย้อนกลับไปถึงภาพเวลากลางคืนมืดดำ มีหนุ่มๆที่อกดวงใจไหวเต้น เนื่องจากว่ามีสาวงามคนนั้นคนนี้อยู่ในจินตนาการ การได้ออกมาจากบ้านไปเกี้ยวสาวย่อมเป็นความสำราญหาใดราวกับ

และในภาพจำพวกนั้น เรื่องเล่าผีม้าบ้องก็เริ่มจากนี้

กล่าวขวัญสืบต่อกันมาว่า เคยมีหนุ่ม 2 คน สมมุติว่าชื่ออ้ายแก้ว กับอ้ายคำ เป็นเพื่อนกัน เวลาไปเกี้ยวสาวที่ใดก็ไปร่วมกัน จนกว่ามีตอนหนึ่ง เพียงพอออกมาจากหมู่บ้านไปได้สักระยะ ใกล้จะถึงทางแยกเข้าป่าละเมาะรกร้าง ถึงตรงนั้นเมื่อไร อ้ายคำก็จะบอกว่า ให้อ้ายแก้วล่วงหน้าไปก่อน แล้วจะตามไป

ต่อไป ก็มีสถานะการณ์แบบเดิมกำเนิดซ้ำๆเป็นเพียงพอมาถึงที่ดังที่กล่าวถึงแล้ว อ้ายคำก็จะขอแยกไปทำธุระก่อน จนถึงอ้ายแก้วนึกสงสัย เนื่องจากว่าเมื่อหยั่งเชิงทางบ้านเพศหญิงว่าเพื่อนฝูงตนไปเกี้ยวหาเพศหญิงทางใด ก็ไม่มีใครพบปะสักรายในแถวนั้น

จนถึงวันหนึ่ง เนื่องจากว่าสงสัยจนถึงทนไม่ได้ อ้ายแก้วจึงลอบสะกดรอยตามอ้ายคำ และพบว่า…

เมื่อเดินลึกเข้าไปในป่าละเมาะ ท่ามกลางความมืดมนของยามราตรี มีกลิ่นเหม็นเน่าสาบสางโชยมา และเพียงพอปรับสายตาเคยชินกับความมืดมนทีละน้อยก็ได้เห็น…

อ้ายคำกำลังแลบลิ้นเลียดื่มน้ำเลือดน้ำหนองจากซากหัวกะโหลกหัวควายอยู่

เมื่อเห็นด้วยเหตุผลดังกล่าว อ้ายแก้วก็ตกอกตกใจมากมาย วันต่อมาจึงไปหารือกับครูบาอาจารย์ว่า อ้ายคำถูกผีพรายเข้าสิงหรือไร

ปู่จารย์กลับเสนอแนะว่า ถ้าเกิดต้องการจะว่าอะไรเป็นอะไร ให้เอาพริกไปทากะโหลกหัวควายไว้ แล้วให้เอาไข่ไก่เสกติดตัวไป หากถูกผู้ใดกันไล่ ให้โยนไข่ให้เขาครั้งละฟอง แล้วรีบเข้าเรือน เมื่อถึงเรือน ให้ชูกะไดบ้านเปลี่ยนสลับหัวด้านล่างเสีย

หมายเหตุอีกนิดว่า ในบ้านเรือนคนภาคเหนือสมัยก่อน มักยกพื้นสูงไม่มากมาย เพื่อคุ้มครองเสือสางเข้าบ้าน ตกค่ำคืนก็จะนิยมชักกะไดเก็บกัน

และแล้ว สถานะการณ์ลำดับต่อมาก็คือ เมื่ออ้ายคำเข้าไปรับประทานซากหัวควาย ก็พบความเผ็ดรุนแรงอย่างไม่คาดฝัน เพียงพอเผ่นกระโจนออกมาก็พบกับอ้ายแก้วที่ยืนตะลึงงันอยู่ ข้างอ้ายแก้วไม่รอช้า รีบออกวิ่งทันที

อ้ายแก้ววิ่งจนถึงสุดฝีเท้า แต่ว่าราวอ้ายคำเป็นอีกคนหนึ่งไปแล้ว ตาแดงเป็นแสงไฟ วิ่งตามตามมาติดๆคิดได้ถึงคำคุณครูว่า อ้ายแก้วจึงรีบคว้าไข่ไก่ในถุงย่ามตะพายโยนใส่

ปรากฏว่า เพียงพอไข่ตกถึงพื้น อ้ายคำก็ถลาลงไปกอบไข่ดิบรับประทานอย่างเลอะเทอะ รับประทานหมดก็ผุดลุกขึ้นและกระโดดเข้าไล่ต่อ อ้ายแก้วเห็นด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงโยนไข่ให้เป็นช่วงๆทำให้ล่าช้าจนกว่าเข้าถึงบ้านตนเอง

เมื่อกระโดดขึ้นบนบ้านแล้ว อ้ายแก้วไม่รอช้า รีบชักบันไดขึ้นกลับด้านเสีย แล้วขึ้นไปซ่อนตัวอยู่ในเรือน มองผ่านความมืดมนลงมา เห็นอ้ายคำร้อนรนโกรธจัด เดินวนรอบเรือน พลางกล่าวซ้ำๆว่า

“บ้านใช่ บันไดไม่ใช่”

“บ้านใช่ บันไดไม่ใช่”

แต่ทว่า ใบหน้าและหัวเป็นของอ้ายคำ แต่ว่าลำตัวเป็นม้า

ตกรุ่งอรุณ ที่ลานดินรอบบ้าน ก็ปรากฏเป็นดังรอยเท้าม้าย่ำแวดล้อม และเพียงพอสะสมสติได้ อ้ายแก้วก็รีบไปบอกพี่น้อง พากันไปยังบ้านอ้ายคำ

ถึงนี้ บางสำนวนก็เล่าว่า ได้เจออ้ายคำตายเปลี่ยนเป็นศพอยู่บนที่นอน น้ำลายฟูมปากที่เกิดจากการกินไข่คาถาเข้าไป แต่ว่าบางสำนวนก็ว่า เห็นเป็นม้าอักษรย่อมๆตายอยู่ในเรือนนั้น

สำหรับที่บ้านพวกเรานั้น เรื่องของผีม้าบ้องก็เป็นเยี่ยมในนิทานที่เล่าต่อจากรุ่นสู่รุ่น เวลาตกกลางเย็นยามค่ำคืน สมัยที่บันไดยึดติดถาวรแล้ว ก็ยังมีคำสั่งสอนว่า ระวังจะลงไปพบผีม้าบ้องซุ่มอยู่

และว่ากันว่า ผีม้าบ้องยังมักจะออกมาเที่ยวเล่นในคืนเดือนดับและเดือนออก (เดือนเพ็ญ) และถ้าเกิดได้พบเห็นอย่าได้ทักถามพูดจา ไม่อย่างนั้นจะถูกทำร้ายได้

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ตอนยังเด็กๆนั้น คุณพ่อและก็คุณแม่ก็เล่าตำนานเรื่องผีม้าบ้องนี้ให้ฟังอยู่ พลางว่าเป็นเรื่องที่เขาเล่าต่อกันมา แม้กระนั้น แม่กับยายมีประสบการณ์ได้พบผีม้าบ้องด้วยตนเอง !

แม่เล่าว่า เวลาที่แม่เป็นสาว สมัยนั้นหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ แถบแถวหมู่บ้านพวกเรานั้นผู้คนยังนิยมปลูกต้นฝ้ายปั่นเอาเส้นด้าย และใช้นุ่นมายัดหมอน ยัดฟูกนอน ในบางคืนจึงจะไปช่วยเหลือกันเป็นหมู่ๆตามบ้านเพื่อนฝูง

มีคืนวันหนึ่ง แม่นัดเพื่อนฝูงว่าจะไปช่วยเหลือกันปั่นด้าย (ตอนนี้ ที่ตั้งของบ้านหลังนั้นก็ยังอยู่) แม่เล่าว่า เป็นคืนเดือนเพ็ญ ฟ้าแจ้งแจ้งชัด แสงจันทร์ดูดี แม่ออกมาจากบ้านที่อยู่กับยาย เดินขึ้นไปตามถนนผู้เดียว เนื่องจากว่าแม่ไม่ใช่คนกลัวผีสางอะไร

แต่ว่าขณะที่เดินไปได้สักกลางทางใกล้ถึงที่หน้าบ้านเพื่อนฝูง ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้า ราวกับมีม้ากำลังควบมาทางด้านหลัง แต่ว่าเพียงพอหันกลับด้านหลัง ก็มองไม่เห็นอะไรสักอย่าง

แม่รู้สึกว่าตัวเองบางครั้งอาจจะหูฝาด จึงออกเดินต่อ แล้วหลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงราวกับม้าควบมาจากด้านหน้าอีก แต่ว่าเพ่งไป ก็ไม่มีอะไรบนถนน

จนถึงครู่หนึ่งหนึ่งก็ถึงที่หน้าบ้านเพื่อนฝูง แต่ว่าทันทีทันควัน ขณะกำลังจะเดินเข้าประตูเข้าออกบ้าน ก็ได้ยินเสียงควบม้าอีก แล้วมีกระแสลมปะทะตัวแม่ ราวกับมีบางสิ่งผ่านตัวไป

แม่ว่า โน่นเป็นตอนที่แม่คิดได้สิ่งเดียวว่า โน่นน่าจะเป็นผีม้าบ้อง เนื่องจากว่าลำพังได้ยินแต่ว่าเสียงก็ยังว่าตัวเองบางครั้งอาจจะหูฝาดได้ แต่ว่ากระแสลมอุ่นๆและการพบสัมผัสในระยะใกล้ชิด ที่ผ่านแผ่นหลังแม่ไป แม่ว่า ด้วยสติสัมปชัญญะครบ สิ่งนั้นปราศจากตัวตน แต่ว่ามีอยู่จริง

แม่ได้เล่าเรื่องให้เพื่อนฝูงๆฟังในคืนนั้น และถัดจากนั้นก็กลับมาเล่าให้ยายฟังที่บ้าน ยายบอกแม่ว่า อย่าสนเท่ห์ใจไปเลย โน่นเป็นผีม้าบ้อง และยายก็พบเห็นตัวเป็นๆมาแล้ว

แม่ถามว่า ยายเห็นผีม้าบ้องแบบไหน ยายบอกว่า มันเป็นม้าอักษรย่อมๆบางเวลาก็จะมาเดินอยู่กลางข่วงบ้าน

อย่างไรก็แล้วแต่ ประสบการณ์เรื่องเล่าจากแม่และยาย ก็ยังมองเป็นเรื่องดึกดำบรรพ์ เนื่องจากว่าผ่านมาหลายสิบปี นานอย่างยิ่ง แต่ว่าที่น่าสนใจก็คือ เมื่อตอนอายุสัก 20 กว่านี้เอง ฉันกับคู่หูคนหนึ่ง ชื่อเล็ก เคยเปิดร้านขายของกิฟท์ช็อปร่วมกัน ที่ อ.ฝาง จังหวัดเชียงใหม่

ในคืนแรกก่อนจะเปิดร้าน หรือคืนท้ายที่สุดของการเตรียมพร้อมข้าวของในร้าน พวกเราทำงานกันอยู่สองคนจนดึก

ร้านที่พวกเราไปเปิดกิจการในช่วงเวลานั้น สถานที่เป็นห้องไม้ชั้นเดียวให้เช่า ด้านหน้าเป็นประตูบานเฟี้ยม อยู่ติดกับถนน ถ้าเกิดเปิดประตูกว้าง ก็จะมองดูทะลุตลอดร้านได้

ขณะที่กำลังจัดของกันโค้งสุดท้าย เป็นเวลาสักราวใกล้ๆเที่ยงคืนได้ ในปีนั้นแถบแถวนั้นก็นับว่ายังเป็นบ้านนอกอยู่มากมาย เพียง 3-4 ทุ่ม ผู้คนก็ปิดบ้านนอนกันหมดแล้ว

แล้ว…เล็กก็ได้ยินเสียงม้าวิ่งควบอยู่ข้างนอก ราวกับมีม้าหลุดออกมากลางถนน แต่ว่าความที่มันดึกมากๆแล้ว และเพียงพอชะโงกมองดูไป ก็ไม่มีสิ่งใดเลย ตลอดสองฟากทางว่างเปล่า

และที่น่าฉงนใจเป็น ฉันเองก็จัดของอยู่ร่วมกัน กลับมิได้ยินอะไรสักอย่าง

เรื่องนี้ เล็กก็ยังนึกออกจนถึงทุกวันนี้ และรับรองว่า ได้ยินเสียงม้าเด่นชัดเต็มสองหู ซึ่งในคราวนั้นเมื่อเล็กบอกให้ฟัง ฉันก็รำลึกทันทีว่า มันบางครั้งอาจจะเป็น “ผีม้าบ้อง”

อ้อ! เพียงพอมาเขียนเล่าย้อนหลังถึงแม่กับยาย ก็ทำให้รำลึกได้อีกอย่างว่า การที่พี่สาวเคยได้เห็นม้าตัวหนึ่งขึ้นมาเดินอยู่บนบ้านในคืนที่ยายตาย (เล่าเอาไว้ภายในตอนก่อนหน้า) จะเกี่ยวอะไรกันไหมนะ หรือว่า ผีม้าบ้องจะมาส่องมองศพยาย

ไม่เอาความ! ยูฟ่า ตกลงใจจบการฟ้อง 3 ยักษ์ใหญ่กรณีแอบตั้งซูเปอร์ลีก

สหพันธ์บอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้ออกแถลงการณ์ว่าพวกเขาได้ทำการถอนฟ้อง บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุๆส แล้วก็ เรอัล มาดริด เป็นที่เป็นระเบียบแล้ว ทำให้ทั้ง 3 สโมสรดังของทวีปยุโรปจะไม่ถูกลงทัณฑ์อะไรก็แล้วแต่จากพฤติกรรมที่ผ่านมา

โดยทั้ง บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุๆส แล้วก็ เรอัล มาดริด อยู่ในกลุ่ม 12 ทีมดังของทวีปยุโรปที่เคยประกาศว่าจะแยกตัวออกจากรายการระดับทวีปของ ยูฟ่า เพื่อไปจัดรายการใหม่คุ้นเคยที่ชื่อว่า ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก โดยที่จะยังลงเล่นเกมลีกภายในประเทศต่อไป แม้กระนั้นสุดท้ายก็โดนโต้แย้งจากหลายข้างอย่างหนักจนถึงเปลี่ยนเป็นข่าวสารดังไปทั่ววงการลูกหนัง

ท้ายที่สุดแล้วดูเหมือนจะทุกทีมก็ถอนตัวจากโปรเจ็กต์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เหลือแค่ บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุๆส แล้วก็ เรอัล มาดริด ที่ยังคงยืนกรานว่าจะเดินหน้าแผนงานนั้นต่อไป ซึ่งมันก็ทำให้ ยูฟ่า ขู่ว่าจะปฏิบัติงานทางด้านกฎหมายกับพวกเขา โดยตอนแรกมีแถลงการณ์ว่าทั้ง 3 ทีมนั้นบางครั้งอาจจะโดนแบนจากการลงเล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย แม้กระนั้นเมื่อตอนพ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการชะลอการฟ้องร้องเอาไว้ก่อน รวมทั้งสั่งระงับการเก็บเงินค่าเสียหายของอีก 9 สโมสรที่เหลือ จนกระทั่งล่าสุด ยูฟ่า ก็บอกเองว่ายกเลิกแผนที่จะฟ้องคดีทั้ง 3 ทีมดังแล้ว

“ภายหลังที่มีการพักการเดินเรื่องกับ บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุๆส แล้วก็ เรอัล มาดริด ในประเด็นเกี่ยวกับการที่พวกเขาบางครั้งอาจจะละเมิดกฎของ ยูฟ่า ในเรื่องที่เกี่ยวกับการไปจัดรายการ ซูเปอร์ลีก เมื่อก่อนหน้านี้นั้น วันนี้ทางคณะกรรมการด้านการอุทธรณ์ของ ยูฟ่า ก็ได้ตัดสินใจว่าการปฏิบัติงานทุกๆอย่างที่ผ่านมาจะนับว่าเป็นโมฆะ เหมือนกับว่าการเดินเรื่องไม่เคยิดเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนแรก” ถ้อยแถลงของ ยูฟ่า กำหนด

สำหรับมูลเหตุที่เรื่องดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมาถึงข้อสรุปที่เป็นความพ่ายแพ้ของยูฟ่า เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ศาลกรุงมาดริด ประเทศสเปน ตัดสินว่ายูฟ่าไร้อำนาจในการยั้งการเกิดซูเปอร์ลีก เพราะเหตุว่าขัดกับข้อบังคับการค้าเสรีของสหภาพยุโรป หรือ สหภาพยุโรป นั่นเอง